สะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี 

            เชื่อว่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดตากหรือแม้แต่คนในจังหวัดตากเอง  คงรู้จักจุดชมวิวที่สวยที่สุดของจังหวัดตากเลยก็ว่าได้เนื่องจากจังหวัดตากนั้นมีแม่น้ำเส้นใหญ่ไหลผ่านนั่นก็คือแม่น้ำปิงซึ่งถือได้ว่าเป็นแม่น้ำสายสำคัญของคนจังหวัดตากเลยทีเดียว

            ดังนั้นชาวจังหวัดตากจึงได้มีการร่วมกันสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปิงขึ้นมาโดยเป็นสะพานแขวนที่มีความยาวอยู่ที่ประมาณ 400 เมตรด้วยกันข้างบนสะพานนั้นจะตั้งเป็นสะพานไม้และมีการนำเหล็กมาผูกโยงใช้เป็นราวกั้นให้นักท่องเที่ยวและให้คนที่เดินทางผ่านไปมาบนสะพานแห่งนี้ได้ป้องกันการตกลงไปในน้ำและเป็นราวสำหรับการจับ

           แน่นอนว่าสำหรับบริเวณแม่น้ำปิงนั้นหากเราไปยืนอยู่บริเวณตลิ่งริมแม่น้ำแล้วก็จะมองเห็นสายน้ำที่ไหลเอื่อยตลอดทั้งปีซึ่งแน่นอนว่าหากเรามาดูบริเวณนี้ในช่วงยามเย็นนั้นจะรู้สึกผ่อนคลายเป็นบาปมากยิ่งตอนช่วงพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วเราก็สีของพระอาทิตย์จะกลายเป็นสีส้มผสมลงในแม่น้ำทำให้สีของแม่น้ำกลายเป็นสีส้มแลดูสวยงามตายิ่งนัก

              สำหรับสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2525 หรือความต้องการในการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปิงก็เพื่อต้องการที่จะให้ชาวบ้านสามารถเดินทางข้ามแม่น้ำปิงโดยเป็นการข้ามผ่านทางตัวเมืองของจังหวัดตากไปอีกตำบลหนึ่งซึ่งตำบลฝั่งตรงข้ามคือตำบลป่ามะม่วงนั่นเอง

          จุดที่ทำให้สถานที่ที่เป็นแค่สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสถานที่ที่สวยงามและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวควรแวะมาชมนั่นก็คือที่นี่จะมีวิวที่สวยงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลายามเย็นหากเราไปยืนอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำในช่วงเวลายามเย็น 

          เราก็จะได้ภาพที่สวยงามของแม่น้ำปิงกับแสงพระอาทิตย์ยามตกดินหรือหากเรามีเวลามายิงจุดชมวิวตรงนี้ในช่วงเวลากลางคืนจะยิ่งด้วยภาพสวยงามและภาพประทับใจมากขึ้นไปอีกเพราะในช่วงเวลากลางคืนนั้นที่นี่จะมีการติดไฟประดับประดาเอาไว้อย่างสวยงามเลยทีเดียว

            ดังนั้นในช่วงเวลากลางคืนเมื่อแสงไฟส่องกระทบผิวน้ำจะทำให้น้ำนั้นมีสีสันสวยงามแปลกตายิ่งนักที่สำคัญพื้นที่บริเวณโดยรอบสองฝั่งของแม่น้ำปิงนั้นก็จะประกอบไปด้วยต้นไม้และมีการปลูกดอกไม้ประดับประดามีสวนสาธารณะอยู่ใกล้ๆซึ่งสร้างสีสันสวยงามให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างมากเลยทีเดียว 

   ดังนั้น เมื่อนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสไปเที่ยวถึงจังหวัดตากแล้ว ควรหาเวลาแวะมาถ่ายรูปสวยสวย ตรงจุดชมวิวนี้ให้ได้นะคะ

 

สนับสนุนโดย.  สูตร ยี่กีเข้าทุกรอบ

On the Tree คาเฟ่ ที่สูงที่สุดในจังหวัดปราจีนบุรี 

             วันนี้เราจะพาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดปราจีนบุรีและ 1 สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรที่จะพลาดไปเที่ยวนั่นก็คือ Cafe on the Tree ที่นี่เป็นกาแฟที่สูงที่สุดในจังหวัดปราจีนบุรีเลยก็ว่าได้โดยคาเฟ่ที่นี่นั้นจะถูกสร้างอยู่บนต้นไม้นั่นเองเรียกได้ว่าคุณอาจจะไม่เคยไปเที่ยวคาเฟ่ที่ไหนที่อยู่บนต้นไม้แบบนี้มาก่อนเลยก็ว่าได้

          สำหรับความสูงของต้นไม้ที่มีการตั้งค่าเฟนี้เทียบเท่ากับตึก 5 ชั้นกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าใครที่ชื่นชอบความหวาดเสียวและการผจญภัยเราก็รับรองคุณจะต้องชอบคาเฟ่นี้อย่างแน่นอนที่สำคัญคนที่รักธรรมชาติก็เหมาะอย่างยิ่งที่จะลองไปใช้บริการทางเพศแห่งนี้เพราะคุณจะสามารถอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรนั่งทับประทานอาหารหรือจิบเครื่องดื่มสบายๆบนต้นไม้ที่มีความสูงระดับตึก 5 ชั้นลมเย็นๆพัดมาขณะที่นั่งรับประทานอาหารเรียกได้ว่าคุ้มสุดคุ้มอย่างแน่นอนหากไปเที่ยวที่นี่ 

           สำหรับอาหารที่คาเฟ่แห่งนี้  จะเป็นการนำอาหารพื้นบ้านราคาขายไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดลาบน้ำตกส้มตำต่างๆ  แต่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวก็คือการที่คุณจะต้องเดินขึ้นบันไดไปด้วยความสูงถึง 15 เมตรด้วยกันแล้วไปอยู่บนคาเฟ่ที่ถูกสร้างอยู่บนต้นไม้จริงๆและยังมีการทำสะพานแขวนให้นักท่องเที่ยวได้เดินถ่ายรูปบนความสูง 15 เมตรอีกด้วย

          อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอันตรายเพราะที่คาเฟ่แห่งนี้ถึงแม้จะเพิ่งเปิดตัวไม่นานแต่ก็มีมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งคุณสามารถมองเห็นวิวไกลๆไม่ว่าจะเป็นบิลของท้องนาหรือวิวของภูเขารวมถึงวิวของป่าไม้และที่สำคัญด้วยความสูง 15 เมตรนั้นลมจะพัดมาที่ตัวของคุณโดยที่ไม่ต้องพึ่งแอร์คอนดิชั่นเป็นแอร์ธรรมชาติดีๆของเรานี่เอง

            สำหรับคาเฟ่แห่งนี้เจ้าของได้สร้างขึ้นมาในส่วนของตนเองดังนั้นบริเวณโดยรอบจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นเต็มไปหมดและด้านบนก็จะมีการสร้างโครงเหล็กขึ้นมาทำเป็นพื้นที่นั่งเหมือนบ้านต้นไม้เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวนั้นได้มานั่งชมและนั่งรับประทานอาหารและที่สำคัญหากใครขึ้นไปด้านบนแล้วอยากจะลงมาด้านล่างแบบวิธีที่ไม่ต้องเดินลงมาก็มีบริการให้โรยตัวลงมาได้ด้วยนะคะเรียกได้ว่าเหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ชอบอะไรเสี่ยงเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานเพราะเปิดตัวในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิตนั้นเองดังนั้นในช่วงนี้นักท่องเที่ยวจึงไม่ค่อยเยอะดังนั้นหากใครสนใจจะไปเที่ยวรับรองว่าไปช่วงนี้ปลอดภัยห่างไกลจาก covid แน่นอน 

 

สนับสนุนโดย  aecasino

ท่องเที่ยวเขตจีโอปาร์คและน้ำตกธารปลิว จ.สตูล

ดูเหมือนว่าช่วงชีวิตที่ต้องออกเดินทางอย่างต่อเนื่องนี้มันจะเปลี่ยนทำให้เราได้รับรู้ว่าการที่ได้อยู่กับตัวเองมันสำคัญแค่ไหนในช่วงเวลาที่สภาพแวดล้อมกำหนดความรู้สึกให้เราได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าธรรมชาติบำบัด

ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ได้ออกเดินทางไปที่ท่าเรือเพื่อไปพบพี่ราเฉดเป็นจุดที่เราได้นัดจะกินมื้อเช้าด้วยกันในเช้านี้และก็เป็นการนัดเจอกับบังหลีที่ได้ร่วมสนทนาในค่ำคืนที่ผ่านมาร้านที่ท่าเรือสุไหงอุเปเป็นจุดที่จจะทำให้เราได้ร่วมสนทนาในเรื่องที่ค้างไว้เมื่อค่ำคืนกับบังหลีที่วันนี้ภารกิจจะเข้าไปพบกับชาวมานิที่เราได้ทราบว่าชนเผ่านี้ยังมีกลุ่มอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ด้วยและหากวันนี้ถ้าโชคดีก็ขอติดตามบังหลีเข้าไปพบกับชาวมานิที่อาศัยอยู่ในป่าก่อนที่จะต้องบอกลากับบังราเฉด

นอกจากนี้เราได้ขับรถตามบังหลีไปยังพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูลกับการไปพูดคุยแล้วขออนุญาตกับนายกโอเล่และเราก็ได้ตามบังหลีเพื่อเข้าไปพบกับ ชาวมานิ สมใจในพื้นที่เขต จีโอปาร์ค ที่ดูจะไม่ได้มีแค่เพียงเรื่องเล่าของซากดึกดำบรรพ์ตามอย่างที่ใครคิดไว้

ชาวมานิ หรือที่หลายคนเรียกว่า ซาไก โดยที่จริงแล้วคำว่า ซาไกในภาษามลายูแปลว่าทาสจึงเป็นคำที่ไม่ควรเรียกเค้าอย่างเด็ดขาดเพราะชนพื้นเมืองดั้งเดิมนี้ก็จะมีบางคนในกลุ่มสามารถสื่อสารกับเราเป็นภาษาไทยนอกเหนือจากภาษาของ มานิ 

เนื่องจากนี้ ชาวมานิ เป็นกลุ่มคนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับป่ามาอย่างยาวนานและก็ไม่มีถิ่นกำหนดที่เป็นหลักเป็นแหล่งและมีการอพยพโยกย้ายไปตามความสมบูรณ์ของอาหารที่จะเป้นจำพวกเผือกและมันภายในป่าและบางครั้งก็ออกล่าสัตว์เช่นลิงกระรอก

โดยจะใช้ลูกดอกในการล่าหาอาหารและจะนำเอากลับมาย่างอย่างง่ายๆก่อนที่จะลงมือกินเป็นวิถีชีวิตที่อยู่อย่างเรียบง่ายภายในป่าที่ไม่สามารถรู้วันเดือนปีจากที่ได้พูดคุยกับชาวบ้านที่สนิทสนมกับชาวมานิก็ได้ทำให้รู้ว่าชาวมานิบางกลุ่มมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปไม่น้อยจากทรัพยากรที่เริ่มจะขาดแคลนกับความสมบูรณ์ของป่าที่ต่างไปจากอดีตเป็นครั้งแรกที่เราได้พบกับ ชาวมานิ 

ในการเดินทางมาเยือนดินแดนสตูลจีโอปาร์คแห่งนี้และความร้อนเริ่มเข้ามาแทรกภายในป่าก็ได้เวลาที่เราจะบอกลาชาวมานิเพื่อเดินทางไปหลบร้อนที่น้ำตกธารปลิวในช่วงที่เราได้พูดคุยกับนายกโอเล่ที่พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูลทำให้ได้ทราบเรื่องราวของศาลทวดบุญส่งที่เดิมทีจะเป็นหินสาหร่ายสโตรมาโตไลต์ที่เกิดจากสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่ทับถมกันเป็นจำนวนมากประมาณ3,500ปีที่แล้วที่เชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตแรกของโลกที่ได้ปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมา

 

สนับสนุนโดย  aecasino

มารู้จักอุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธมกันเถอะ

          เชื่อว่าหาคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และเราก็อาจจะรู้จักชื่ออุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์สต๊อกธมแต่ถ้าหากเป็นคนที่ไม่ได้ชื่นชอบด้านนี้โดยตรงอาจจะไม่รู้จักอุทยานแห่งชาตินี้เลยก็ได้เนื่องจากว่าอุทยานแห่งชาตินี้มีชื่อค่อนข้างแปลกและอยู่ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ไกลจากกรุงเทพฯมากนักอีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านเลยทีเดียว 

          สำหรับที่นี่ถ้าใครอยากจะมาเที่ยวคุณจะต้องเดินทางมาที่บ้านหนองเสม็ด  โดยที่นี่นับว่าเป็นโบราณสถานที่มีความเก่าแก่และมีความงดงามเป็นอย่างมากลักษณะของการก่อสร้างโบราณสถานแห่งนี้นั้นเป็นรูปแบบการเรียนแบบของประเทศขอมซึ่งตัวประสาทนั้นมีความสวยงามและมีความแตกต่างมากยิ่งนัก  ตามข้อมูลประวัติศาสตร์มีการระบุเอาไว้ว่าปราสาทแห่งนี้ที่อยู่ใน Stock ธงน่าจะมีการสร้างขึ้นมานั่งแต่ช่วงสมัยพุทธศตวรรษที่ 14  

              และโบราณสถานแห่งนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นมาตามความเชื่อของคนในสมัยโบราณโดยยึดถือนิกายและศาสนาเป็นหลักโดยมีการสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการนับถือศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย     โดยมีการสร้างขึ้นมาเพื่อทำการจัดพิธีกรรมต่างๆทางด้านศาสนาโดยเฉพาะ  แน่นอนว่าถ้าหากคุณได้มีโอกาสเดินทางไปที่โบราณสถานแห่งนี้คุณจะเห็นว่าที่นี่มีความสวยงามมากเลยทีเดียวโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวประสาทซึ่งคนในสมัยโบราณได้มีการก่อสร้างตัวประสาทขึ้นมาจากหินทราย  

              และบริเวณตรงกลางก็ได้มีการสร้างปรางตั้งเป็นสง่าสูงอยู่กลางพื้นที่บริเวณทางเข้าก็จะมีซุ้มประตูต่างๆมากมายโดยจะมีทุกทิศแต่ในปัจจุบันนั้นเนื่องจากสิ่งก่อสร้างนี้มีอายุเก่าแก่มาแล้วหลายร้อยปีดังนั้นจึงมีการผุพังเสียหายไปบ้างจึงเหลือเพียงแค่ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเท่านั้นที่สามารถที่จะมองเห็นความสวยงามตามรูปแบบเดิมที่เคยสร้างเอาไว้

         นอกจากนี้บริเวณพื้นที่โดยรอบเวลาสถานนั้นยังมีการปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่มีการสร้างสระน้ำซึ่งสระน้ำดังกล่าวนั้นถูกสร้างไว้ตั้งแต่สมัยที่มีการสร้างปราสาทแห่งนี้โดยสระน้ำจะอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของตัวปราสาทและสามารถเดินเชื่อมโยงมายังตัวประสาทได้อีกด้วย

         มีการวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องของการเรียกชื่อโบราณสถานแห่งนี้ว่าน่าจะมีการนำ ชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งซึ่งมักจะขึ้นอยู่ในน้ำและตรงบริเวณปราสาทแห่งนี้ก็มีหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่และที่สำคัญมีต้นไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากนั่นก็คือต้นกกนั่นเองและตามความเชื่อของคนในสมัยโบราณเชื่อว่าการตั้งชื่อประสาทว่าก๊อกธมนั้นก็มาจากการที่ที่นี่มีต้นกกขึ้นเยอะนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  พนันออนไลน์ ฟรี

แนะนำที่เที่ยวในจังหวัด อิบารากิ ของประเทศญี่ปุ่น

        สำหรับคนไทยหากพูดถึงประเทศญี่ปุ่น เมืองแห่งการท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะคิดถึงกันแต่ เมืองโตเกียว กับเมืองเกียวโต ส่วนเมืองอื่นอื่นนั้นคนไทยจะรู้จักกันประปราย หรืออาจจะกล่าวได้ว่ารู้จักกันเพียงแค่บางคนเท่านั้น เพราะคนไทยส่วนใหญ่จะไปเที่ยวเพียงแค่สองเมืองใหญ่ๆเพียงเท่านี้ 

     แต่อันที่จริงแล้วประเทศญี่ปุ่นยังมีเมืองอื่นอื่นที่น่าสนใจ และน่าไปเที่ยวอย่างมากเลยทีเดียว ครั้งนี้จะแนะนำให้รู้จักกับเมือง อิบารากิ ซึ่งเมืองนี้คนญี่ปุ่นจะรู้จักกันดีในนามของเมืองที่ปลูกเมล่อนอร่อยที่สุด แต่การแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองอิบารากิในครั้งนี้ นอกจากคุณจะมาเที่ยวฟาร์มและกินขนมที่ทำมาจากเมล่อนแล้ว ยังมีที่เที่ยวที่อื่นอื่นอีกมากมายหลายแห่งที่นน่าสนใจไปเที่ยว และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เวลาถ่ายรูปออกมารับรองว่าจะได้ภาพที่สวยงามมากมากเลยทีเดียว

     สำหรับสถานที่แรกที่แนะนำให้ไปเที่ยวนั้นก็คือ สวนดอกไม้ ที่นี่จะมีสวนที่ชื่อว่า สวนดอกไอริสอิตาโกะ  เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ ที่มีดอกไอริสเยอะแยะมากมาย นับรวมแล้วมีมากว่า 500 สายพันธุ์ ที่สำคัญที่นี่ยังมีการจัดมุมต่างๆเอาไว้สวยงามตามสไตส์ญี่ปุ่น มีทั้งสะพานโค้งทอดยาวข้ามทุ่งดอกไอริสเวลายืนถ่ายรูปตรงกลางสะพานจะได้ภาพที่งดงามมากมาก

     นอกจากนี้แล้ว ไม่ไกลกันมากนักจะมีสวนดอกไม้ที่มีการปลูกเอาไว้อยู่ตรงบริเวณริมทะเล สวนนี้มีชื่อเรียกว่า ส่วนฮิตาชิ ซีไซด์ พาร์ค สวนนี้จะมีความสวยแปลกจากสวนดอกไม้ที่อื่น นั่นก็เพราะว่า ดอกไม้ที่ปลูกที่สวนแห่งนี้จะมีการปลูกดอกโคเซีย ซึ่งพื้นที่ในการปลูกนั้นกล่าวได้ว่ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว มีเนื้อที่หลายร้อยไร่ แต่ที่จะทำให้คุณต้องเพลิดเพลินกับสวนดอกไม้แห่งนี้ มาเล้วแต่มาใหม่อีกรอบนั่นก็เพราะว่า

            โดยปกติแล้ว ดอกโคเซียจะออกดอกเป็นสีเขียว เรียกได้ว่าเขียวขจีเลยก็ว่าได้ เมื่อเรามองในระยะไกลจะเห็นคลายกับว่าที่นี่กำลังปูหญ้าเป็นสีเขียวขจี  แต่ถ้าหากคุณมาเที่ยวอีกครั้งในตอนหน้าร้อนเมื่อไหร่ ดอกโคเซียจากสีเขียวที่เห็นจะ แปรเปลี่ยนเป็นดอกสีแดง  มองดูเผินๆ เหมือนกับว่ามีการปูพรมแดงเอาไว้เลยเชียว  แต่ต้องบอกว่าสีของดอกโคเซียจะค่อยๆเปลี่ยนสีนะคะ  ดังนั้นกว่าจะเปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีแดงคุณจะเห็นเป็นเขียวอ่อน มาเป็นชมพูแล้วค่อยเปลียนเป็นแดง งดงามมากทีเดียว

    และสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลของที่นี่คือ ศาลเจ้าโออะไร  อิโซซากิ   ที่มีการสร้างอยู่กลางน้ำ มองไปจะเห็นเสาขนาดใหญ่ตั้งเป็นสง่ากลางน้ำ ใครที่มาเที่ยวที่นี่ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ที่นี่เปรี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง และสามารถสะกดสายตานักทอ่งเที่ยวได้

 

สนับสนุนโดย  แทงบอล เว็บไหนดี

การท่องเที่ยวหาของกินในประเทศเกาหลี

ในการที่เรานั้นได้มีการไปทำการท่องเที่ยวนั้นเราไม่เพียงแค่ว่าเรานั้นจะทำการจะมีการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นการที่เรานั้นได้จะทำการหาของกินอีกด้วย ซึ่งในการที่เรานั้นทำการไปท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีนั้น ก็ได้มีสถานที่ที่เรานั้นต้องทำการไปกินให้ได้และมีความอร่อยอยู่มาก

และมีอาหารที่แปลกๆนั้นอยู่ด้วย ซึ่งได้มีหลายสถานที่ต้องไปกินให้ได้ในประเทศเกาหลีอีกด้วย ซึ่งในสถานที่ที่น่าทำการไปกินเมื่อเรานั้นได้มีการทำการไปท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีนั้นก็คือ

  1. Pyeongando Jokbaljop

เป็นเมนูที่เป็นเมนูหลักของที่นี้ ซึ่งเป็นข้าวขาหมูที่ต้มจนเปื่อยในน้ำเครื่องเทศ และได้มีการเสริฟพร้อมกับน้ำซอสของเกาหลี ซึ่งเป็นเมนูที่มีความอร่อยเป็นอย่างมาก ซึ่งในร้านร้านนี้นั้นได้มีการเปิดขายมากกว่า50ปีอีกด้วย ซึ่งเป็นร้านเล็กๆที่มีความอร่อยของเมนูนี้นั้นมากๆ

  1. Cheong Jin Ok

เป็นร้านที่เปิดตลอด24ชั่วโมง ซึ่งที่นี้นั้นได้มีซุปแก้แฮ็งค์ ที่เป็นเมนูซุปที่มีความเข็มข้นของซุป และได้มีเนื้อวัวที่ถูกเคี่ยวมาจนนุ่ม ซึ่งทำให้มีความอร่อยอย่างมาก และได้เป็นร้านที่มีความเก่าแก่มากอีกด้วย ซึ่งร้านนี้นั้นได้มีการทำการเปิดขายมาตั้งแต่ในปีค.ศ. 1937 ซึ่งได้มีการรับความนิยมอย่างมากจนมาถึงปัจจุบัน

  1. Oh Tongyeong

เป็นร้านอาหารที่มีเมนูซีฟู้ดที่มีความสดมากๆ ซึ่งสถานที่ตั้งร้านนั้นได้เป็นสถานที่ที่เป็นท่าเรือเล็กๆอีกด้วย ดังนั้นร้านแห่งนี้นั้นจะมีอาหารทะเลนั้นอยู่หลากหลายแบบ และในร้านนี้นั้นได้เป็นสถานที่ที่มีการตกแต่งแนวเรียบง่าย

  1. Myeongdong Kyoja

เมียงดงนั้นเป็นย่านที่เรานั้นไม่ควรที่จะพลาด เมื่อเรานั้นได้มีการไปท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นย่านที่มีการท่องเที่ยวช้อปปิ้งที่ควรที่จะมาอย่างมาก ซึ่งได้มีร้านที่มีการเปิดมาตั้งแต่มี ค.ศ.1966 ซึ่งร้านนี้นั้นได้มีเมนูที่เป็นเมนูบะหมีเกี๊ยว ซึ่งพร้อมกับน้ำซุปที่มีความหอมละมุนอย่างมาก ซึ่งเกี่ยวนึ่งแบบเกาหลีให้มาอีกด้วย

  1. Gogung

เป็นร้านที่มีความอร่อยของข้าวยำเป็นอย่างมาก ซึ่งในการที่เรานั้นได้มีการชอบกินข้าวยำของเกาหลีนั้น ร้านนี้นั้นเป็นร้านที่มีการเปิดมานานมากกว่า40มี ซึ่งได้มีข้าวยำนั้นอย่างหลากหลายรูปแบบให้เรานั้นได้มีการเลือกกิน ซึ่งก็ได้มีความอร่อยอย่างมาก

 

สนับสนุนโดย  U12 Sports

เที่ยวเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม 

              หากใครที่ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศฮานอยกันมาบ้าง คงจะต้องรู้ว่า  เมืองหลวงของประเทศเวียดนามนั้นคือ เมืองอะไร  ดังนั้นวันนี้เราจะแนะนำให้ไปเที่ยวเมืองหลวงของเวียดนามกัน  นั่นก็คือ การแนะนำการท่องเที่ยวที่เมืองฮานอยนั่นเอง    ที่นี่นอกจากจะเป็นเมืองหลวงแล้ว

ยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน  และมีเรื่องราวทีน่าสนใจ ใครที่ชอบไปด้วยศึกษาสถาปัตยกรรมเก่าแก่ และดูความสวยงาม  รวมถึงชอบการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ รับรองว่ามาเที่ยวที่นี่ คุณจะมีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมายเลยทีเดียว

         สำหรับสถานที่ที่น่าสนใจเป็นอันดับต้นๆในการเดินทางมาเที่ยวทีเมืองฮานอยนั้นก็คือ เราต้องไม่พลาดที่จะเข้าไปเยี่ยมชม สุสานโฮจิมินห์   สำหรับสุสานแห่งนี้เป็นสุสานที่มีความสำคัญมากของคนเวียดนามเลยทีเดียว เพราะทีนี่คือที่เก็บศพของ ผู้นำประเทศคนสำคัญของคนเวียดนามเลยก็ว่าได้ เพราะคนเวียดนามนั้น ให้ความเคารพนับถือ นายโฮจิมินห์เป็นอย่างมากนั่นเอง เขาคืออดีตผู้นำของประเทศเวียดนาม

             และเมื่อคนเวียดนามและเคารพรักมาก เมื่ออดีตผู้นำคนนี้เสียชีวิตลงจึงได้สร้างสุสานเพื่อเอาไว้เก็บร่างของเขา  และมีการออกแบบเอาไว้อย่างสวยงาม จนกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากของประเทศเวียดนาม  เมื่อคุณเดินทางไปถึงสิ่งที่จะดึงดูดสายตาของคุณมากที่สุดก็คือ ตัวอาคารที่มีการนำหินแกรนิตมก่อสร้างทั้งหลัง โดยมีการเลือกเอาหินสีเทามาก่อสร้างและมีการลอกเลียนแบบบสุสานของเลนิน  

         นอกจากนี้พื้นที่โดยรอบของตัวอาคารและพื้นที่รอบสุสานนั้นจะมีการปลูกทั้งต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เพื่อให้ร่มเงา และมีการดอกไม้มาปลูกประดับ จัดเป็นสวนดอกไม้เอาไว้อย่างสวยงาม  บอกได้เลยว่านักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างก็พากันรู้จักที่นี่  เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเมืองฮานอยหรืออาจจะกล่าวได้ว่าของประเทศเวียดนามเลยก็ได้  ด้วยความสวยงามและมีชื่อเสียงโด่งดังทำให้ในแต่ละปีนั้น ที่สุสานโฮจิมินห์ นี้จะมีนักทอ่งเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวกันแบบไม่ขาดสาย 

     หลังจากเพลิดเพลินกับการเที่ยวและถ่ายรูปที่สุสานโฮจิมินห์ เสร็จแล้ว อีกที่ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือ  อ่าวฮาลองเบย์  เพราะที่อ่าวแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้เดินทางมาเห็นภาพความสวยงามของอ่าวนี้กันทุกคน   

       ส่ำหรับความสวยงามและความแปลกตาของอ่าวแห่งนี้ นั้นก็คือน้ำในอ่าวแห่งนี้จะมีสีเขียวมรกต  และภายในอ่าวนั้นยังมีเกาะอีกมากมาย และภายบริเวณรอบๆของอ่าวฮาลองเบย์ ในช่วงเวลาค่ำคืนจะมีการประดับ ไฟเอาไว้สวยงามมากมาก

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยแม่นๆเข้าทุกงวด

ความสวยงามของดอกไม้ที่ปากคลองตลาด

         หากใครที่ชื่นชอบความงดงามของดอกไม้และต้องการที่จะซื้อดอกไม้ไปใช้ในงานเทศกาลต่างๆในปริมาณที่มากต้องการได้ดอกไม้มากมายหลายสายพันธุ์และในปริมาณที่ถูกแล้วเราก็แนะนำว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งที่เราเรียกกันว่าปากคลองตลาดที่นี่จะเป็นแหล่งรวมดอกไม้ที่มีดอกไม้มากมายหลายสายพันธุ์มากและเป็นตลาดดอกไม้ที่มีชื่อเสียงติดอันดับประเทศไทยรวมฮิตติดอันดับโลกเลยก็ว่าได้

        ตลาดดอกไม้ที่นี่จะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวรวมถึงเหล่าลูกค้าทั้งหลายที่ต้องการที่จะมาซื้อดอกไม้ที่ตลาดนี้สามารถเดินทางมาซื้อดอกไม้ได้ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลากลางวันหรือกลางคืนก็ตามหากใครที่ไม่ต้องการมาเดินตลาดดอกไม้ในช่วงเวลากลางวันเพราะอากาศจะร้อนก็สามารถมาหาซื้อดอกไม้ได้ในช่วงเวลากลางคืนจะมีร้านค้ามากมายเปิดให้บริการลูกค้าและนักท่องเที่ยวมาเดินชมความสวยงามของดอกไม้ที่ตลาดแห่งนี้ 

           แน่นอนว่าไม่ว่าคุณจะเดินทางมาในช่วงเวลากลางวันหรือกลางคืนที่ตลาดปากคลองตลาดนี้ก็จะ หนาแน่นไปด้วยผู้คนที่พากันมาชมความสวยงามของดอกไม้รวมถึงมาซื้อดอกไม้  ไม่ว่าคุณจะต้องการดอกไม้ชนิดไหนที่ปากคลองตลาดแห่งนี้ก็สามารถมีดอกไม้ที่คุณต้องการได้เกือบแทบทุกประเภทเลยทีเดียว เลยดอกไม้ที่ปากคลองตลาดนี้จะมีทั้งดอกไม้ที่ปลูกในประเทศไทยรวมถึงดอกไม้ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นดอกกล้วยไม้หรือดอกกุหลาบรวมถึงดอกดาวเรืองหรือดอกเยอบีร่าและดอกเบญจมาศก็มีจำหน่ายที่นี่เช่นเดียวกัน

         นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่จะใช้ในการจัดดอกไม้จำหน่ายควบคู่กันอีกด้วยไม่ว่าคุณต้องการที่จะให้ทางเจ้าของร้านตัดเป็นกระเช้าให้หรือจัดดอกไม้เป็นช่อๆให้หรืออยากจะเตรียมอุปกรณ์หาซื้อไปตัดดอกไม้เองสามารถซื้อสินค้าได้ที่ตลาดปากคลองตลาดแห่งนี้นั่นเอง  ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าหากใครที่ชื่นชอบความสวยงามของดอกไม้คุณสามารถมาเที่ยวปากคลองตลาดแห่งนี้ได้ซึ่งคุณจะได้ดอกไม้สวยๆกับไปติดไม้ติดมืออย่างแน่นอนหรือถ้าใครอยากจะมาแค่ชมความสวยงามของดอกไม้เพื่อเพลินตาเพลินใจและใช้เป็นจุดถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

         อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าดอกไม้ที่ปากคลองตลาดจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากแต่ถ้าหากใครอยากจะเห็นความสวยงามของดอกไม้ในกรุงเทพมหานครจะมีหลายแหล่งที่ทางด้านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้นำดอกไม้ไปประดับประดาเป็นสวนดอกไม้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะถ่ายรูปสวยๆกับทุ่งดอกไม้ ที่ทางกรุงเทพมีการจัดเตรียมตกแต่งเอาไว้ 

     และถ้าหากใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวที่ตลาดปากคลองตลาด ลองแวะไปดูสักครั้ง รับรองว่าคุณจะต้องชอบที่นี่อย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าคุณจะมองไปทางไหนก็จะมีดอกไม้หลากสีเต็มไปหมดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    สูตรหวยยี่กี lottovip 2ตัว

สถานที่ท่องเที่ยวสมุทรปราการ  

เมื่อเราต้องการที่จะไปพักผ่อนสักที่หนึ่งที่เราคิดว่าไปเช้าเย็นกลับนั้นเราอยากที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวก็คือที่อยู่ใกล้กรุงเทพ 

และเมื่อเราเลือกที่จะไปสถานที่ไปเช้าเย็นกลับที่ใกล้ๆนั้นก็คือสมุทรปราการ และการเดินทางของเราก็คือเป็นการเลือกเดิมทางรถไฟฟ้าหรือว่าเราจะนำรถไปเองก็ได้แต่ถ้าเราเลือกของการที่จะนั่งรถไฟฟ้า BTS นั้นก็เป็นสถานที่ที่ทำให้เราสะดวกสบายในการที่จะไปเที่ยวสมุทรปราการในวันนี้เราจะพาตะเวนท่องเที่ยวเมืองสมุทรปราการที่เราคิดว่าอาจจะทำให้หลายๆคน ประทับใจ  

แล้วเมื่อเราพูดถึงเกี่ยวกับสถานที่สมุทรปราการนั้นและหลายๆคนนั้นจะต้องคิดเกี่ยวกับฟาร์มจระเข้อย่างแน่นอนเพราะว่าฟาร์มจระเข้ของสมุทรปราการนั้นเป็นฟาร์มที่ใหญ่ในสมัยก่อนนั่นเองแต่เราจะบอกเลยว่าไม่ใช่อย่างแน่นอนเรามาดูซิว่าวันนี้เราจะมาเที่ยวอะไรในสมุทรปราการ  

       เริ่มจากการที่เรานั่งรถไฟฟ้าแล้วไปลงที่สถานีช้างเอราวัณ  ซึ่งเราจะขึ้นรถไฟฟ้า BTS โดยขึ้นเพียงราคา 15 บาทแล้วมุ่งหน้าไปยังสถานีช้างเอราวัณนั่นเองและเมื่อเราได้ยินเสียงเกี่ยวกับชานชาลาจอดถึงช้างเอราวัณแล้วให้เราเดินลงจากสถานีรถไฟฟ้า BTS จากนั้นเราก็นั่งรถสามล้อไฟฟ้าของฤทธิพันธ์โดยที่จอดให้บริการอยู่โดยที่เราจะขึ้นใช้บริการฟรีโดยที่เราจะไปนั่งแล้วก็ไปขึ้นรถจากนั้นเราก็จะเห็นเกี่ยวกับรูปปั้นสถาปัตยกรรมรูปช้างที่มีสีดำและตัวใหญ่อย่างมาก 

และผู้คนส่วนใหญ่ที่เราเห็นส่วนมากก็จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาชมความสวยงามของช้างเอราวัณนั่นเองโดยส่วนมากเริ่มแรกเราจะต้องเริ่มจากการเดินเข้าไปซื้อตั๋วก่อนนั่นเองโดยคนไทยจะซื้อตั๋วในราคา 250 บาทต่อคนและชาวต่างชาติจะในราคา 400 บาทต่อคน แต่ถ้าเราได้นั่งรถไฟฟ้า BTS มานั้นจะมีค่าส่วนลดในการที่จะเข้าซื้อตั๋วในราคาครึ่งนึงของราคาเต็มจากราคา 250 บาทก็จะเหลืออยู่ประมาณ 125 บาทจากนั้นเราก็นำตัวไปแลกดอกไม้ธูปเทียนเพื่อที่จะเข้ามากราบไหว้ช้างเอราวัณนั่นเองเพื่อที่จะเป็นสิริมงคลแก่ตัวเรา 

บาทจากนั้นเราก็นำตัวไปแลกดอกไม้ธูปเทียนเพื่อที่จะเข้ามากราบไหว้ช้างเอราวัณนั่นเองเพื่อที่จะเป็นสิริมงคลแก่ตัวเราใน บาทจากนั้นเราก็นำตัวไปแลกดอกไม้ธูปเทียนเพื่อที่จะเข้ามากราบไหว้ช้างเอราวัณนั่นเองเพื่อที่จะเป็นสิริมงคลแก่ตัวเราในสถาน บาทจากนั้นเราก็นำตัวไปแลกดอกไม้ธูปเทียนเพื่อที่จะเข้ามากราบไหว้ช้างเอราวัณนั่นเองเพื่อที่จะเป็นสิริมงคลแก่ตัวเราในสถานที่แห่งนี้ยังมีการเสี่ยงเซียมซีและยกช้าง

นอกจากนี้ยังมีการถวายกระเช้าผลไม้รวมถึงรอยดอกบัวและใครต้องการที่อยากจะรู้เกี่ยวกับประวัติของช้างเอราวัณนั้นที่นี่ก็มีการเล่าประวัติด้วยไกด์ออโต้ที่ทำมาเพื่อที่จะบอกเกี่ยวกับประวัติของช้างเอราวัณนั่นเองและสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะมากราบไหว้ช้างเอราวัณให้ทุกคนรู้ว่าเมื่อมาถึงผลิตภัณฑ์แล้วสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรจะทำนั้นก็คือการห้ามถ่ายวีดีโอทุกกรณีเพราะว่าถ้าเห็นใครถ่ายวีดีโอนั้นจะถูกเจ้าหน้าที่เชิญให้ออกทันทีนี่คือคำเตือนว่าห้ามถ่ายวีดีโอเด็ดขาด

        แล้วเมื่อเราได้เข้าไปดูในสถานที่ข้างในเราจะเห็นได้ว่าข้างในก็จะมีการตกแต่งเกี่ยวกับเรื่องของการปลูกต้นไม้นานาพันธุ์ต่างๆรวมไปถึงการลอดท้องช้างที่มีทั้งหมดอยู่ประมาณ 26 เชือกนั่นเองและเมื่อเราได้เดินลอดท้องช้างแล้วจะได้ยินเสียงของช้างด้วยเมื่อเราเดินมากันได้สักพักระยะแล้วรู้สึกถึงความหิวสถานที่ต่อไปนั้นก็คือร้านอาหารบางปูที่เราสามารถจะขึ้นรถสองแถวไปก็ได้หรือเราจะเรียกใช้บริการเกี่ยวกับรถแท็กซี่ก็ได้โดยสถานที่ร้านอาหารบางปูนั้นเราจะได้เห็นเกี่ยวกับวิวที่สวยงามพร้อมกับการที่เราไปนั่งริมชายหาดทะเลบางปูใน

เมื่อเราได้มาถึงสถานที่ร้านอาหารยามเย็นนั้นเราก็จะได้เห็นเกี่ยวกับผู้คนมากมายอีกทั้งที่นี่ยังมีร้านคาเฟ่เล็กๆให้เราได้เลือกถ่ายรูปกันนั่นเองไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ตกแต่งร้านต่างๆเพื่อให้เราได้กดชัตเตอร์ในการถ่ายรูปนั่นเองและอีกทั้งที่นี่ยังมีวิวธรรมชาติที่สวยงามเพราะติดกับชายทะเลหาดบางปูถ้าใครคิดว่าอยากจะมาเที่ยวแบบไม่ต้องค้างคืนเราขอแนะนำว่าที่สมุทรปราการที่นี่หน้ามาเที่ยวที่สุดแล้วเพราะสามารถไปเช้าเย็นกลับได้และขึ้นรถก็สะดวกสบายถ้าเราไม่ต้องการที่จะขับรถมาเอง

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ดินแดงดอยจังหวัดกระบี่

        อีกหนึ่งจังหวัดของภาคใต้ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีจุดชมวิวที่สวยงามนั่นก็คือจังหวัดกระบี่นั่นเอง   แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงจังหวัดกระบี่หลายคนคงนึกถึงทะเลและหมู่เกาะต่างๆกลางท้องทะเลในจังหวัดกระบี่แต่จังหวัดกระบี่นั้นนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นพื้นที่ทะเลและเกาะแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่บนผืนแผ่นดินซึ่งเราสามารถที่จะเดินทางไปชมความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวนั้นได้เช่นกัน

             สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่จังหวัดกระบี่ที่อยากจะให้ชมนอกจากการไปเที่ยวทะเลแล้วก็คือจุดชมวิวที่บริเวณดินแดงดอย  ซึ่งการเดินทางมาที่นี่นักท่องเที่ยวจะต้องขับรถมาที่ตำบลหนองทะเล  ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ประมาณ 20 กิโลเมตรเพียงเท่านั้นซึ่งถ้าหากเป็นการขับรถแล้ว 20 กิโลเมตรใช้เวลาขับรถเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้นเอง

            สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ว่านี้จะเป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวนั้นสามารถที่จะขับรถมาชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ที่เป็นป่าเขารวมถึงคิวของพระอาทิตย์ยามพระอาทิตย์ขึ้นหรือถ้าหากใครไม่สะดวกตื่นเช้าก็สามารถมาดูวิวยามพระอาทิตย์ตกดินก็ได้เช่นเดียวกันแสงพระอาทิตย์ที่ค่อยๆส่องขึ้นจากพื้นดินแล้วลอยขึ้นไปสู่ท้องฟ้านั้นจากแสงสีส้มค่อยๆเพิ่มเป็นแสงจ้าจะให้ความรู้สึกสวยงามและแปลกตามากเลยทีเดียวรวมถึงถ้าหากใครมาดูพระอาทิตย์ตกดินจะเห็นจากแสงสีส้มค่อยๆจางลงและรับปากเขาจึงแน่นอนว่าวิวทิวทัศน์แบบนี้ไม่สามารถที่จะหาดูได้ในเขตกรุงเทพฯอย่างแน่นอน

         และไม่ใช่เพียงแค่วิวจะมีความสวยงามเพียงเท่านั้นอากาศของที่นี่นับว่าเป็นสถานที่ที่อากาศดีมากๆเพราะถ้าหากมาในยามเช้าอากาศจะเย็นสบายและมีหมอกบางๆทำให้เรานั้นผ่อนคลายและสดชื่นได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว สำหรับดินแดงดอยนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีแต่ถ้าใครอยากจะสัมผัสอากาศที่สดชื่นเป็นการสัมผัสอากาศแบบเย็นสบายและเห็นม่านหมอกจางๆแล้วก็ควรจะมาในช่วงเดือนประมาณตุลาคมเนาะช่วงนี้จังหวัดกระบี่จะมีฝนตกค่อนข้างน้อยมากเลยทีเดียว 

         สำหรับการเดินทางมาที่นี่ไม่ได้เดินทางยากแต่ก็ไม่ง่ายสักเท่าไหร่ซึ่งถ้าหากใครที่อยากจะมาหาประสบการณ์ใหม่ๆมาชมความงามที่อาจจะไม่เคยเห็นได้ง่ายๆในกรุงเทพฯก็สามารถที่จะหาข้อมูลการเดินทางวัดที่กระบี่นั้นยังคงมีความงดงามทางด้านธรรมชาติและจุดชมวิวต่างๆมากมายหลายที่อีกครั้งในเขตอำเภอเมืองของจังหวัดกระบี่นั้นก็มีร้านอาหารอร่อยเอาไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่มากมายหลายร้านเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  bk8