พาเที่ยววันเดียวเพลินๆที่บางขุนเทียน

          หากใครที่ไม่ค่อยมีวันหยุดเยอะมากนักอยากจะท่องเที่ยวแบบวันเดียวแบบไปเช้าเย็นกลับแนะนำว่าขับรถมาเที่ยวที่บางขุนเทียนดูสิคะที่นี่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้เที่ยวแบบชิวๆแบบไปเช้าเย็นกลับและยังมีอาหารทะเลอร่อยๆให้เราเลือกรับประทานหลายร้านเลยทีเดียวค่ะสำหรับที่บางขุนเทียนเราย่อมรู้ดีกันอยู่แล้วว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับป่าชายเลน

และเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯมากดังนั้นกิจกรรมที่จะมีให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวกันนั้นก็คือการที่นักท่องเที่ยวจะสามารถเช่าเรือออกไปชมทะเลและชมธรรมชาติความงดงามของป่าโกงกางรวมถึงนักท่องเที่ยวหรือยังจะสามารถเช่าจักรยานเพื่อปั่นเล่นบริเวณรอบๆสถานที่ท่องเที่ยวแถวบางขุนเทียนหรือตรงสะพานไม้ซึ่งเป็นสะพานที่มีชื่อเสียงของบางขุนเทียนเนื่องจากว่าสะพานไม้แห่งนี้นั้นจะมีความยาวถึง 2 กิโลเมตรด้วยกันเลยทีเดียว

ซึ่งระหว่างที่เรามีการขี่จักรยานไปบนสะพานไม้นั้นสองข้างทางของเราก็จะเป็นป่าชายเลนทำให้เราสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลเทียมได้อย่างสวยงามโดยยิ่งเฉพาะในช่วงเวลายามเย็นพระอาทิตย์จะตกดินแล้วแล้วก็เราจะเห็นแสงของตะวันออกเป็นสีส้มๆที่จะพ้นลับขอบฟ้าเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกมากๆเลยทีเดียวสำหรับสะพานไม้ที่ว่าที่จะให้นักท่องเที่ยวไปขี่จักรยานเล่นกันนั้นเป็นสะพานที่ชาวบ้านมีการนำไม้มาต่อต่อกันออกไปเป็นสะพานโดยสะพานแห่งนี้

มีการสร้างเข้าไปในทะเลอีกประมาณ 300 เมตรด้วย แต่ถ้าใครอยากจะไปชมสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆก็ยังมีเป็นล่องเรือเพื่อไปชมหลักเขตกลางทะเลรวมถึงการล่องเรือตามแม่น้ำไปเพื่อไปกราบไหว้พระพุทธรูปและไปทำบุญไหว้พระซึ่งจะมีวัดอยู่ตรงบริเวณท่าน้ำเลยวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปไหว้กันมากที่สุดก็จะเป็นวัดลูกวัวหรือชื่อว่าวัดประชาบำรุง

ซึ่งจะมีท่าน้ำให้ประชาชนได้ขึ้นไปเพื่อทำบุญไหว้พระเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตัวเองหลังจากที่ทำบุญเรียบร้อยแล้วเราก็สามารถที่จะไปจุดชมวิวตามสถานที่ต่างๆตรงบริเวณป่าชายเลนและยังมีอุโมงค์ไม้ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมาถ่ายรูปกันที่นี่และแน่นอนว่าถ้าเรามาถึงบางขุนเทียนแล้วเราก็ต้องไม่พลาดอาหารทะเลเพราะที่นี่อาหารทะเลจะมีราคาถูกมากๆแถมรสชาติอร่อยน้ำจิ้มซีฟู้ดก็รสชาติจัดจ้านและที่สำคัญร้านอาหารส่วนใหญ่นั้นมักจะติดอยู่กับริมทะเลดังนั้นเวลาที่เรากินไปเราก็จะได้สัมผัสบรรยากาศทางทะเลฟินทั้งท้องฟินทั้งปลาเลยทีเดียวล่ะค่ะ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก 2020

สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

หลายคนก็คงอยากจะพักกลางเครียดมาทั้งวันพักผ่อนคลายที่ท่องเที่ยวแต่ก็ไม่สามารถไปไกลได้เพราะจะเปลืองค่าใช้จ่ายเพราะเราต้องใช้ค่าน้ำมันค่าอาหารและวันนี้เราก็จะมาหลอกฉันที่ท่องเที่ยวในภาคกลางไม่ไม่ต้อง  ไปไกลถึงภาคเหนือหรือภาคใต้เพราะว่าภาคกลางก็มีสถานที่สวยงามเหมือนกัน

ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่มีสถานที่ให้ไปพักผ่อนหรือจะมีสถานที่ให้สบายพักผ่อนแต่จะเป็นภาคใต้หรือภาคเหนือยังไม่อยากไปเพราะจะเปลืองค่าน้ำมันค่าอาหารค่าน้ำค่าอาหารและบางคนก็อาจจะมีสัตว์เลี้ยงแต่ก็ไม่สามารถนำไปช่วยได้จึงจะต้องทิ้งไว้ที่บ้านแต่ว่าต้องรีบกลับมาหามันจึงไม่อยากไปที่ไกลไกลเพื่อให้มันเสียใจ รักก็อยากไปในที่ที่อุดมสมบูรณ์และไม่ค่อยมีคนเยอะมากและก็ไม่ไกลด้วยซึ่งก็หาได้ยากมาเพราะหลายๆที่ยืดหยุ่นสมบูรณ์จะมีความเยอะ

และจะต้องไปไกลถึงภาคเหนือภาคใต้หรือต่างประเทศกันเลยทีเดียวจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีให้อยู่ใกล้ๆและเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เขาจะวางไปดังนั้นเราจึงต้องสังเกต ว่าเราสั่งให้ไปได้ในเวลาไหนและสถานที่นั้นจะเป็นสถานที่ที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่หรือไม่มีคนเยอะหรือไม่รวมสมบูรณ์หรือไม่เราควรจะสำรวจก่อนนะคะว่ามีอะไรบ้างที่คุณไม่อยากให้มีดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกที่ท่องเที่ยวของน้ำอยู่ด้วยไปดูกันเลยค่ะว่าจะมีอะไรบ้าง

หุบป่าตาลสถานที่ท่องเที่ยวนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณสามารถรู้สึกได้เลยว่าเหมือนคุณกลับไปในยุคสมัยที่ยังมีไดโนเสาร์อยู่อาศัยใน พระอุดมสมบูรณ์และสวยงามมากๆคนหลายคนก็ไม่ค่อยได้รู้จักจะไม่ค่อยมีคนเยอะและที่ให้ความรู้สึกว่าอยู่ในยุคไดโนเสาร์แต่ว่าก็ไม่ได้มีไดโนเสาร์โผล่มาจริงๆดังนั้นก็เลยสบายใจได้แถมยังเป็นคนอื่นๆ

ทำให้สบายใจได้ไม่คิดกลัวแต่ก็ยังมีคนน้อยอยู่ดังนั้นไม่ต้องห่วงนะคะว่าจะนักศึกษาสามารถไปศึกษาเกี่ยวกับต้นไม้ที่นั่นได้เพราะต้นไม้ที่นั่นมีเยอะแยะเต็มไปหมดหลายคนอาจจะคิดว่ามันรกในครั้งแรกที่เข้ามาแต่ถ้าดูดีๆแล้วมันสวยงามมาก และก็ไม่ไกลด้วยดังนั้นไปได้สบายสบายเลยค่ะแล้วก็ไม่ต้องห่วงด้วยว่ามันไกลมั้ยเพราะมันไม่ไกลเลยค่ะอยู่ใกล้

แค่นั้นเองคับรถไปสองชั่วโมงก็ถึงดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะคะว่า มันจะไกลมากเกินไป  แต่ถ้าคุณเดินคุณก็จะใช้เวลากว่าสามชั่วโมงกว่าจะไปถึงค่ะ

และนี้ก็คือสถานที่ท่องเที่ยวที่หุบป่าตาลลองไปเที่ยวกันดูนะคะรับรองจะต้องติดใจอย่างแน่นอนค่ะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

สถานที่โด่งดังอุทยานแห่งชาติไบรซ์แคนยอน

สถานที่ที่เราจะกล่าวต่อไปนี้คือสถานที่ที่โด่งดังที่ 1 หากพูดถึงคำว่า Canyon หลายๆคนมักจะนึกถึงแกรนแคนยอนกันแต่วันนี้เราจะมาพูดถึงเหมือนกับเป็นเมืองที่เมืองน้องของแกรนด์แคนยอนคืออุทยานแห่งชาติไบรซ์แคนยอน

สิ่งที่นี่นั้นมีรูปร่างหน้าตาของสถานที่คล้ายๆกับแกรนด์แคนยอนแต่จะมีความสูงชันและความกว้างมากกว่าแกรนด์แคนยอนมากถึงหลายเท่าดูกันดีกว่าว่าที่นี่นั้นจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นยังไงและหลายคนเรียกชื่อนี้ว่าอะไรแล้วที่นี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับแกรนแคนยอนเดี๋ยวเราไปดูไปพร้อมๆกันเลยค่ะ 

สำหรับสถานที่แห่งนี้อุทยานแห่งชาติไบรซ์แคนยอน ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของรัฐ ยูทาห์ทุกคนต่างรู้กันดีว่าที่นี่นั้นก็คือประเทศสหรัฐอเมริกาหรือคือ USA นั่นเองซึ่งสถานที่แห่งนี้หรือก็คืออุทยานแห่งชาติไบรซ์แคนยอน นั้นเกิดขึ้นในธรรมชาติไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์แม้แต่อย่างใดซึ่งเกิดขึ้น 60 ล้านปีมาก่อนและเมื่อ 60 ล้านปีที่แล้ว

ตรงจุดของอุทยานแห่งชาติไบรซ์แคนยอนนั้นเคยอยู่ตรงจุดที่มีน้ำมากมายซึ่งก็เป็นสถานที่ที่อยู่ใต้น้ำแต่อย่างที่รู้กันว่าหลังจากนั้นไม่นานพื้นดินใต้พื้นโลกก็ทำการยกตัวสูงขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้สถานที่แห่งนี้ก็ลอยขึ้นมาเหนือน้ำหลายคนมีความเชื่อว่าเสาหินมากมายหลายๆอย่างที่ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งนี้นั้นจริงๆแล้วคือตุ๊กตาอินเดียแดงที่ถูกบูชาเอาไว้ตั้งแต่นมนานแล้ว

สมัยที่ทุกคนยังไม่มีภาษาเป็นของตัวเองเลยนอกจากนั้นหินของอุทยานแห่งนี้นั้นสามารถที่จะเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้อย่างเช่นหากเป็นตอนเช้าแสงแดดตอนเช้าเมื่อกระทบตุ๊กตาอินเดียแดงหรือสาวเหล่านั้นก็จะเป็นรูปลูกหนึ่งตอนเที่ยงก็จะเป็นอีกรูปนึงตอนเย็นก็จะเป็นอีกรูปนึงค่ะซึ่งรูปรักก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆซึ่งชาวอินเดียแดงหลายๆคนจึงเชื่อว่านี่นั่นอาจจะเป็นพลังวิเศษของตุ๊กตาอินเดียแดงก็เป็นได้

ดังนั้นจึงมีการดูแลอย่างดีมีการบูรณะมาตลอดและมีหลายคนที่บริจาคเงินให้กับทางอุทยานเพื่อที่จะได้ทำการรักษาสถานที่แห่งนี้ให้คุณไปอีกหลายปีซึ่งนอกจากนั้นสถานที่นั้นยังเดินทางด้วยความยากลำบากมากๆเนื่องจากที่นี่นั้นมีภูเขาสูงชันมากมายโดยที่เรานั้นจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการไปเที่ยวที่นี่นั้นมากกว่า 1 วันหากใครที่มีเวลาว่างเยอะๆก็ต้องลองไปที่นี่กันสักครั้งนะคะ รับรองจะต้องติดใจกันอย่างแน่นอนค่ะ แต่ที่นี้นั้นไม่เหมาะกับคนที่มีเวลามาเที่ยวไม่ค่อยเยอะนะคะ

 

สนับสนุนโดย  bk8 line

ชวนเที่ยวทำบุญที่วัดบัวขวัญ

         ประชาชนส่วนใหญ่มักจะเดินทางไปทำบุญในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ซึ่งวัดต่างๆทั่วทุกภาคก็จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆมากมายให้ชาวบ้านได้ไปร่วมทำบุญกันสำหรับที่จังหวัดนนทบุรีนั้นมีวัดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นวัดอารามหลวงซึ่งมีความสวยงามกว้างใหญ่ไพศาลและมักจะมีกิจกรรมต่างๆให้ประชาชนได้ไปร่วมพิธีมากมายเลยวัดแห่งนี้เป็นวัดที่คนนิยมไปเป็นจำนวนมากซึ่งวันที่ว่านี้ชื่อว่าวัดบัวขวัญ

โดยส่วนใหญ่คนที่เดินทางมาก็มักจะเป็นคนในพื้นที่และคนจังหวัดใกล้เคียงรวมถึงคนในกรุงเทพฯโดยเฉพาะอาจารย์ลักษณ์เรขานิเทศหรือที่เรารู้จักกันดีในนามโหรฟันธงมักจะมาประกอบพิธีที่วัดบัวขวัญเป็นประจำทุกปีซึ่งปีหนึ่งก็เดินทางมาหลายครั้งมากโดยเฉพาะในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เรามักจะเห็นอาจารย์ลักษณ์เรขานิเทศเดินทางมาร่วมทำบุญที่วัดบัวขวัญแห่งนี้ซึ่งจะมีการประกาศเชิญชวนผู้คนให้ไปร่วมทำบุญกันทุกครั้งที่อาจารย์ลักษณ์เดินทางมาโดยที่นี่จะมีพระพุทธรูปมากมายหลายองค์ให้ประชาชนได้เข้าไปเคารพกราบไหว้สำหรับประวัติของวัดบัวขวัญนั้นว่ากันว่ามีการก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

ซึ่งแต่ก่อนนั้นตรงบริเวณที่วัดบัวขวัญตั้งอยู่นั้นแต่เดิมเป็นแค่เพียงทุ่งนาโดยมีแค่สำนักสงฆ์ซึ่งเป็นสำนักเล็กตั้งอยู่หลังจากนั้นเมื่อมีพระสงฆ์เดินทางเข้ามาอยู่ที่วัดสำนักสงฆ์แห่งนี้ก็มีการพัฒนาสำนักสงฆ์จนกลายมาเป็นวัดพระอารามหลวงได้ภายในที่สุด แต่เดิมเรียกกันว่าวัดบัวขวัญนั้นมีชื่อเดิมว่าวัดสะแกแต่ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อเป็นเกียรติให้แก่นายบัว  ฉุนเฉียว  ซึ่งเป็นคนบริจาคที่ดินให้กับวัดแห่งนี้ที่วัดภูเขาแห่งนี้มีจุดที่ให้ ประชาชนเข้าไปทำบุญและเคารพกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายและที่นี่เรายังสามารถเข้าไปไถ่ชีวิตโคกระบือได้อีกด้วย

ในแต่ละวันจะมีผู้คนเดินทางไปเพื่อทำบุญไหว้พระรวมถึงจะมีนักเรียนเข้าไปศึกษาปฏิบัติธรรมและภายในบริเวณวัดบัวขวัญนี้ยังมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมเพื่อให้พระสงฆ์ได้มีการธรรมะซึ่งที่นี่ถือว่าเป็นโรงเรียนสำหรับพระสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรีโดยจะมีครูมากกว่า 100 คนคอยสอนเกี่ยวกับเรื่องหลักธรรมพระพุทธศาสนาและหากใครที่เดินทางมาเที่ยวที่วัดบัวขวัญนี้ก็อย่าลืมแวะไปไหว้พระอุโบสถ

  ไปชมความงามของหอระฆัง   ไปดูโรงเรียนพระปริยัติธรรมดิศักดิ์  รวมถึงไปไหว้วิหารหลวงพ่อโตและยังมีพิพิธภัณฑ์ให้เราก็ไปชื่นชมศิลปะสมัยโบราณทั้งนี้นอกจากเรื่องของการไถ่ชีวิตโคกระบือแล้วชาวบ้านยังสามารถซื้อโรงศพเพื่อบริจาคให้แก่ผู้ยากไร้ได้อีกด้วยโดยเราสามารถเข้าไปที่วัดได้ทุกวันโดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปทำบุญไหว้พระได้ตั้งแต่ 07:00 นถึง 16:00 น

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าbk8

จุดแลนด์มาร์คของนนทบุรี

 จังหวัดนนทบุรี เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับเขตกรุงเทพและปทุมธานี  ถ้าพูดถึงนนทบุรี คนส่วนใหญ่จะนึกถึงทุเรียนเมืองนนท์เพราะเป็นทุเรียนที่อร่อยมากขึ้นชื่อของจังหวัดเลยทีเดียว แต่นอกจากผลไม้เมืองนนท์ที่อร่อยแล้ว ที่นี่ยัง เป็นจังหวัดที่มีสถานที่น่าเที่ยวหลายแห่ง แต่ไม่ค่อยจะมีใครรู้มากนักว่า แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของนนทบุรีมีที่ไหน อย่างไรบ้าง เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ชอบเดินเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติ หาแหล่งขนมและอาหาร

          ที่อำเภอบางบัวทอง จะมีมัสยิดดารุ้ลอาบีดีน หรือที่นิยมเรียกกันคือ สุเหร่าแดง ที่นี่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 75 ปีแล้ว เป็นสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมของศาสนาอิสลามและในวันเสาร์-อาทิตย์ยังเปิดสอนภาษาอาหรับและอัลกุรอานให้กับเด็กนักเรียนอีกด้วย ซึ่งจุดที่น่าสนใจของที่นี่คือ ตัวอาคารที่มีการสร้างจากไม้สักทองซึ่งมีความงดงามมาก แต่จะเปิดให้เดิมเยี่ยมชมเฉพาะด้านนอกเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เข้าไปในอาคาร

          วัดบางไผ่ อารามหลวง เป็นวัดอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดที่เก่าแก่ของจังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบางบัวทอง  เป็นที่จัดเก็บหนังสือพระไตรปิฎกและเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต หลวงพ่อทอง และมีหอพระไตรปิฎกกลางน้ำด้วย ใครที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมที่งดงาม สามารถมาเยี่ยมชมที่นี่ได้เลยค่ะ รับรองไม่ผิดหวัง สามารถเข้าเยี่ยมชมและถ่ายรูปได้ทุกวันค่ะ

           ตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว ที่นี่จะขายของกินพื้นเมือง มีให้เลือกมากมาย ใครที่เป็นสายกินต้องชอบมากแน่ๆ  การเดินทางก็สะดวก บรรยากาศร่มรื่น เป็นตลาดขนาดไม่ใหญ่มากนัก คนไหนที่เน้นการท่องเที่ยวแบบอิ่มพุงกางที่นี่ตอบโจทย์มากค่ะ  ที่นี่จะเปิดเวลา 9.00-15.00 น. เฉพาะเสาร์- อาทิตย์เท่านั้น

          สวนบัววิคตอเรีย  จุดเด่นที่น่าสนใจคือ ที่นี่จะมีสวนบัววิกตอเรีย เราสามารถขึ้นไปยืนถ่ายรูปบนใบบัวได้ เพราะคุณสมบัติพิเศษของบัวชนิดนี้คอ มีใบที่กว้างมาก มีก้านและกลีบเลี้ยงที่แข็งแรง จึงสามารถรองรับคนได้มากกว่า 50 กิโลกรัม แต่ถ้าใครน้ำหนักมากว่านี้ ลองโทรไปถามเจ้าของสวนก่อนก็ได้นะคะว่า มีรับน้ำหนักได้มากสูงเท่าไหร่จะได้ไม่ไปเสียเที่ยวค่ะ 

          สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ที่นี่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีดอกไม้และต้นไม้สวยๆมากมายให้ความร่มรื่น จะมาเดินออกกำลังกาย หรือถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆก็ได้ค่ะ เปิดทุกวันตั้งแต่ 05.00-20.00 น.

          ชมเฌย ใครที่ชอบถ่ายภาพต้องมาที่นี่ให้ได้เพราะที่นี่เป็นสตูดิโอจำลองหมู่บ้านสมัยรัชกาลที่  5 ขนาดย่อม นอกจากจะได้ถ่ายรูปสวยๆแล้ว ยังมีร้านอาหารและกาแฟให้คุณนั่งทานแบบชิวๆได้อีกด้วย

          พนาศรมรีสอร์ท เปิดเป็นร้านนั่งทานอาหารและร้านกาแฟ มีมุมพักผ่อนให้นั่งจิบกาแฟสบายๆ และมีสระบัวขนาดใหญ่ทำให้อากาศเย็นสดชื่น

          วัดบางจาก ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และที่ใต้ฐานของหลวงพ่อโตจะเป็นวิหารให้ลอดผ่านเข้าไปชมพระพุทธรูปได้ และที่นี่ยังมีให้ลอดใต้พระอุโบสถ ทำบุญโค-กระบือ มีรูปปั้นสวยๆให้เราได้เข้าไปชื่นชมมากมาย

วัดกู้  เป็นวัดเก่าแก่ อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีพระนอนองค์ใหญ่ ขนาด 33 เมตร ให้ได้เข้าไปกราบไหว้ และที่นี่ยังเป็นวัดที่เคยเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น นั้นคือเหตุการณ์พระนางเรือล่ม

ที่เที่ยวสไตล์ย้อนยุคที่เดียวที่ชมเณย 

ใครๆก็คงต้องชอบเมืองโบราณกันอยู่แล้วเพราะว่าวัตถุโบราณเป็นสิ่งที่สง่างามมีอายุหลายร้อยหลายพันปีแล้วแต่ว่าอายุของสิ่งของนั้นมีมานานเท่าไหร่แล้วแล้วว่าของเก่าๆหลายคนคงจะคิดว่าเก่า

แต่จริงๆแล้วถึงแม้จะเป็นของที่มีมานานแล้วแต่ก็มีมูลค่าและมีความสง่างามซึ่งบางทีของเก่าชิ้นนี้หรือหลายๆอย่างก็อาจจะดูงดงามกว่าของใหม่ก็เป็นได้และวันนี้เราจะมาพาทุกคนไปเที่ยวที่ชมเณย เพื่อสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคเหมือนตัวเองอยู่ในช่วงเก่าๆอย่างเช่นในตอนช่วงของหนังในกรงกรรมก็เหมือนกับว่าเราย้อนยุคไปอยู่ในยุคนั้นด้วย

แต่ก็เป็นเมืองที่ดังมากเลยทีเดียวและวันนี้เราจะมาบอกว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้าง ที่นี่จะมีขนาดที่กว้างมากซึ่งที่นี่นั้นมีของหลายอย่างที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนย้อนยุคยกตัวอย่างเช่นบ้านที่ย้อนยุคดูไม่ทันสมัยมากแต่ก็มีความสง่างามเป็นตัวของตัวเองอย่างที่ 2 คือรถม้ารถเลื่อนรถม้าในรถเลื่อนมีลักษณะเหมือนกับในช่วงยุคนั้นจริงๆ

ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยู่ในยุคนั้นจริงๆซึ่งที่นี่โด่งดังขึ้นมาก็เพราะว่าผู้กำกับหนังเรื่องกรงกรรมได้มาถ่ายหนังที่นี่ด้วยหลังจากนั้นก็มีผู้กำกับหลายคนเริ่มมาถ่ายหนังที่นี่ทำให้ที่นี่ดังขึ้นและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดังมากในเมืองนนทบุรีไปเลย นอกจากนั้นที่นี่ยังพยายามทำให้สมจริงมากโดยการมีร้านขายของและสินค้าหลายๆอย่างเช่นร้านขายเสื้อผ้าร้านถ่ายรูปร้านขายของร้านขายเครื่องเสียงมีร้านหลายๆอย่างที่อุปกรณ์หลายๆอย่างทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าตอนนี้คือในช่วงย้อนยุคเหมือนในหนังเรื่องกงกรรมจริงๆนอกจากจะมีร้านพวกนั้นแล้วยังมีปั๊มน้ำมันที่เคยมีเมื่อนานมาแล้วนำมาสร้างจำลองที่นี่อีกด้วยนอกจากนั้นยังมีสถานีรถไฟที่มีมานานแล้วผ้าสีเหลืองงามตระการตาที่นี่ยังมีของเก่าแก่อีกมากมายสร้างจำลองไว้ที่นี่

ซึ่งถือว่าคนที่สร้างที่นี่นั้นทำได้ละเอียดและดีมากๆเลยค่ะนอกจากนั้นที่นี่ยังมีตรงโซนของตลาดน้ำซึ่งตลาดน้ำที่นี่ก็เหมือนตลาดน้ำในช่วงอายุเก่าแก่มากๆเลยค่ะเพราะว่ามีเรือมีรูปปั้นคนอยู่บนเรือขายกับข้าวมีของแขวนเต็มเหมือนกับในช่วงนั้นจริงเส้นทำให้เรารู้สึกดีเหมือนกับว่าอยู่ที่นั่นจริงๆมีของตั้งอยู่เต็มไปหมดพวกแก้วพวกยาของกินและของอีกหลายอย่างวางอยู่รู้สึกเหมือนว่าเป็นความจริงว่าเราย้อนยุคไปจริงๆกลับมาดูอีกซอยนึงก่อนดีกว่าค่ะ

ตอนนั้นจะเป็นคล้ายๆกับคฤหาสน์ขนาดใหญ่ซึ่งให้บรรยากาศเหมือนมากเพราะตรงด้านหน้าที่นั่นนั้นจะมีรถตุ๊กๆให้ทุกคนได้ไปนั่งและถ่ายรูปกันได้รับบรรยากาศเหมือนกับเป็นช่วงย้อนยุคจริงๆนอกจากนั้นที่นี่นั้นยังมีร้านอาหารด้วยแต่ร้านอาหารที่นี่นะคะเป็นของจริงนะคะไม่ต้องตกใจไปถ้าเกิดว่าเป็นร้านอาหารของจริงจะสร้างออกแนวโบราณนิดหน่อยแต่ก็มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยฉันจะมีขนาดใหญ่เหมือนคฤหาสน์มีสีขาวและที่นี่ยังมีสระว่ายน้ำแต่ไม่เปิดให้คนลงไปว่ายน้ำนะคะ

เพียงแค่สร้างมาเพื่อให้คนได้ชมเฉยๆในร้านจะมีที่ให้นั่งแบบที่มีแอร์แต่ถ้าใครอยากจะสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคมากกว่านี้ก็จะมีจุดที่ให้คุณไปนั่งด้านบนชั้น 2 จะไม่มีแอร์เป็นเพียงแค่ระเบียงและให้คุณเป็นนั่งกินข้าวอยู่ด้านบนเท่านั้นที่นี่ทั้งของหวานและอาหารต่างก็อร่อยมากๆข้างในดูเหมือนกับว่าเป็นคฤหาสน์สไตล์ยุโรปเป็นคนอังกฤษในเมื่ออยู่ด้านนอกด้วยความรู้สึกเฉยๆ

ซึ่งถือได้ว่าเป็นการรวมกันที่ดีมากๆเลยค่ะนี่นั้นจะเปิดในช่วงวันอังคารจนถึงวันศุกร์จะเป็นเวลา  10:00 น.ไปจนถึง 18:00 น.สำหรับใครที่อยากจะมาในวันหยุดก็จะ สามารถมาได้ในวันเสาร์และอาทิตย์ในช่วง 10:00 นเปิดจนถึง 19:00 นซึ่งที่นี่จะปิดแค่วันจันทร์เท่านั้นส่วนวันอื่นจะเปิดตลอดเวลาลองไปกันดูนะคะ 

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  dewabet

ปูซาน ไม่ได้มีแค่ฉากหนังในซีรี่ยส์เกาหลี

เมืองปูซาน เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในประเทศเกาหลีใต้ เป็นรองแค่เมืองโซล ที่ถือว่าเป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ และเมืองนี้มักจะเป็นเมืองที่ซี่รียส์เกาหลี ที่ติ่งหลายคนชื่นชอบ มาถ่ายละครกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งเมืองนี้ตั้งอยู่ทางใต้สุดของประเทศอีและยังเป็นสวรรค์ของคนรักอาหารทะเลเพราะเป็นเมืองที่อยู่กับทะเล

นอกจากชายหาดวิวทะเลอันน่าประทับใจและวัดวาอารามเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ที่จะทำให้คุณขยี้ตาในความสวยงามแล้วสวยงามอีก และที่นี่มีหลายอย่างให้คุณได้ค้นหรือสัมผัสประสบการณ์ที่คุณหาไม่ได้จากที่ไหน

ไม่ว่าจะกินอาหารทะเลสดใหม่ที่ตลาดปลาจากัลชี ถือเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีเลย เมืองโซลก็ยังไม่มี เป็นตลาดที่คุณจะพบถนนที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลทั้ง ปลา กุ้ง หอย ปลาหมึก และอื่นๆตั้งเรียงรายไปไม่มีสิ้นสุด แค่เตรียมเงินของคุณให้พร้อมและอิ่มหนำกับอาหารทะเลสดใหม่แสนอร่อยได้เลย

 กินกิมจิที่ตลาดกุกเจ มาเกาหลีทั้งทีก็ต้องกินกิมจิสิ ที่ตลาดกุกเจแห่งนี้มีกิมจิหลากหลายแบบ ทั้งกิมจิผักกาด กิมจิต้นหอม กิมจิปลาหมึก ให้คุณเลือกอร่อยได้ตามใจชอบเลย

ไปปูซานทาวเวอร์ สัญลักษณ์ของปูซานและยังเป็นจุดชมวิวที่มีความสูงถึง 120 เมตรอีกด้วย ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1973 ให้คุณขึ้นไปชมวิวเมืองปูซานไปรอบๆ จากด้านบน แต่อย่าเข้าใจผิดเพราะหลายคนสับสนว่านี่คือทาวเวอร์ในเรื่องของ my girl หรือเปล่า ขอบอกว่าไม่ใช่ อันนั้นคือ โซลทาวเวอร์

 เที่ยวหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน หมู่บ้านสีพาสเทลน่ารักตั้งเรียงรายกันเป็นแถวๆ เป็นที่รู้จักกันในนามซานโตรินีเกาหลี แต่บ้างก็ถูกเรียกมาชูปิกชูเกาหลี บ้านในหมู่บ้านแห่งนี้จะถูกทาสีสันสดใสที่แตกต่างกัน มีถนนเล็กๆและบันไดสูงชันทอดไปยันด้านบนของหมู่บ้าน ซึ่งระหว่างทางจะมีงานศิลปะสุดฮิปอยู่ทั่วหมู่บ้าน ไฮไลท์คือจุดถ่ายรูปกับรูปปั้นเจ้าชายน้อย

และหากใครชอบผ่อนคลายกับการแช่น้ำพุร้อน ขอแนะนำที่นี่ ไซเมอร์สปา เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับแช่น้ำพุร้อนซึ่งมีแค่เฉพาะใน Paradise Hotel ที่ปูซานเท่านั้น ให้คุณได้มีประสบการณ์การอาบน้ำแบบหรูหรา ดื่มด่ำกับการแช่น้ำที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุพร้อมชมวิวมหาสมุทรไปด้วย มีบาร์อยู่ภายในบริเวณไว้ให้คุณจิบไวน์สบายอารมณ์

และสุดท้ายจบด้วยช้อปปิ้งที่ตลาดนัมโพดง หนึ่งในตลาดที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของเมืองปูซาน ซึ่งมีของให้คุณเลือกอย่างมากมาย 

จันทบุรีเมืองแห่งน้ำตกพลิ้วที่สวยงาม

 ในช่วงนี้มีการประกาศจัดตั้งรัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนให้งดเว้นการเดินทางออกจากบ้านไม่ว่าจะไปทำงานหรือไปเที่ยวที่ไหนก็ตามในสถานที่ที่จะมีคนหนักแน่นดังนั้นงวดนี้เราจึงจะมาแนะนำการท่องเที่ยวให้ประชาชนที่ไม่รู้จะทำอะไรได้จินตนาการถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามไปพลางพลางก่อนหลังจากที่ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้เรียบร้อยแล้วจะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปเป็นข้อมูลในการท่องเที่ยวให้ธรรมใดหลังจากที่ต้องทนสุดๆอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลานาน

สำหรับสถานที่แนะนำการท่องเที่ยวในวันนี้จะเป็นน้ำตกพลิ้วซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามของจังหวัดจันทบุรีซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่ามีความสวยงามโดยเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ได้มีการสร้างขึ้นมาแต่อย่างใดสำหรับน้ำตกพริ้วนี้ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วโดยยังมีข้อมูลที่สามารถเชื่อถือได้ว่าน้ำตกแห่งนี้เกิดขึ้นมานานตั้งแต่ก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากว่าที่น้ำตกพลิ้วแห่งนี้จะมีการสร้างอลงกรณ์เจดีย์รวมถึงพีระมิดที่บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ น้ำตกแห่งนี้

เลยที่นี่ว่ากันว่ามีการจารึกเอาไว้ว่ารัชกาลที่ 5 ทรงชอบเดินทางมาเที่ยวที่นี่มากพระองค์เดินทางมาที่นี่ถึง 12 ครั้งด้วยกันจนถึงกับต้องมีการสร้างอลงกรณ์เจดีย์ไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์รวมถึงที่นี่ยังมีพีระมิดที่รัชกาลที่ 5 ได้สร้างให้กับสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ซึ่งเป็นพระฉายาของพระองค์ซึ่งหลายคนคงรู้จักกันดีในนามของพระนางเรือล่มหลังจากที่พระนางเสียชีวิตลงรัชกาลที่ 5 ก็ได้มาสร้างพีระมิดไว้ที่นี่เพื่อระลึกถึงพระนางเพราะปกติแล้วรัชกาลที่ 5 และพระนางเรือล่มมักจะพากันเดินทางมาเที่ยวที่น้ำตกพลิ้วแห่งนี้กันเป็นประจำ

ดังนั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่นอกจากจะพากันมาเที่ยวน้ำตกและมาดูความสวยงามของน้ำตกแล้วก็ยังจะมาขอพรจากพีระมิดของพระนางเรือล่มเพราะเชื่อกันว่าหากหนุ่มสาวคนไหนที่รักกันจริงและอยากครองคู่ด้วยกันไปนานๆก็สามารถจูงมือกันมาขอพรโดยนำพวงมาลัยมากราบไหว้ก็จะสมหวังทุกคู่ไปโดยพีระมิดของพระนางเรือล่มนั้นว่ากันว่ามีการสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 2419 และถึงแม้ว่าจะมีการสร้างมาหลายปีแล้วแต่สถานที่แห่งนี้ก็ยังเป็นสถานที่ที่ประชาชน

ให้ความเคารพนับถือและหากใครก็ตามที่เดินทางมาเที่ยวที่น้ำตกพลิ้วแห่งนี้ก็มักจะแวะมากราบไหว้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้ง 2 ที่นี้ทุกครั้งไปเนื่องจากว่าอยู่ใกล้กับทางขึ้นของน้ำตกพริ้วนั่นเองหากใครที่ยังไม่เคยมาเที่ยวที่น้ำตกแห่งนี้ลองแวะมาดูนะคะว่าที่นี่นอกจากเราจะได้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำที่ไหลตกลงมาตลอดสายด้านล่างของน้ำตกยังมีแอ่งน้ำซึ่งจะมีปลาเป็นจำนวนมากมาไหว้คอยเล่นน้ำกับนักท่องเที่ยวหลายคนก็สามารถซื้อถั่วฝักยาวมาให้อาหารปลา เรียกได้ว่าเป็นการมาพักผ่อนหย่อนใจอย่างแท้จริง 

พาเที่ยวเกาะเสม็ด 3 วัน 2 คืน เที่ยวเสม็ดเด็ดเสมอ 

  ใครที่อยากไปเที่ยวเกาะเสม็ดเราจะมาแนะนำขั้นตอนการท่องเที่ยวว่าควรจะไปยังไงอะไรบ้างมาดูกันเลยค่ะเริ่มแรกเราก็ต้องไปขึ้นเรือข้ามฟากไปเกาะเสม็ดโดยให้ไปขึ้นเรือที่ท่าเรือนวลทิพย์บ้านแพร ซึ่งเราจะเสียเงินค่าโดยสารคนละ 120 บาทแล้วก็นั่งชมวิวทะเลไปเผลอแป๊บเดียวก็ถึงเกาะเสม็ดแล้วค่ะ

เบอร์มือถือนักท่องเที่ยวหลายๆคนก็จะมาทำการเช็คอินว่าเรามาถึงเกาะเสม็ดเรียบร้อยแล้วด้วยการถ่ายรูปที่ท่าเรือหน้าด่านเกาะเสม็ดกัน ก็นั่งรถสองแถวไปหาที่พักกันเลยค่ะ หลังจากที่เราเก็บกระเป๋าเข้าที่พักเรียบร้อยแล้วแล้วและก็มีการพักผ่อนหายเหนื่อยแล้วเราก็ มานั่งรอชมพระอาทิตย์ตกดินที่อ่าวพร้าวซึ่งที่นี่จะให้ความรู้สึกสงบและบรรยากาศก็ชวนโรแมนติกมากๆเลยค่ะ และถ้าใครหิวเราแนะนำร้านอาหารริมทะเลที่เป็นร้านอาหารชื่อดังที่ใครๆที่มาเที่ยวเกาะเสม็ดต่างก็ต้องแวะมาทานอาหารที่ร้านนี้กันทั้งนั้นชื่อว่าร้านพลอยทะเล

นอกจากอาหารที่ร้านพลอยทะเลจะอร่อยแล้วยังมีการแสดงควงกระบองไฟให้นักท่องเที่ยวได้นั่งดูกันด้วยนะคะ สำหรับเช้าวันที่ 2 เดินด้วยกันไปเที่ยวทัวร์ 5 เกาะ รับจุดแรกที่ไปชมกันก็คือ เกาะทะลุที่นี่น้ำใสทะเลสวยและยังสามารถดำน้ำชมปะการังได้ทั้งบริเวณน้ำตื้นและบริเวณน้ำลึก เอามาไปที่เกาะค้างคาว

ซึ่งที่นี่น้ำทะเลก็ใสและสวยไม่แพ้กับเกาะทะลุเลยเช่นเดียวกัน เกาะที่ 3 เราสามารถเดินขึ้นชมความสวยงามบนเกาะหรือเราจะเลือกดำน้ำชมความงามของปะการังรอบๆเกาะก็ได้ และอีก 2 เกาะที่เราต้องแวะไปก็คือเกาะขามกับเกาะกรวย ซึ่งทั้งสองเกาะนี้เราสามารถชื่นชมความงามของทั้งสองเกาะรวมถึงรอชื่นชมความงามของทะเลแหวกซึ่งเป็นอันซีนของจังหวัดระยองได้อีกด้วย และวันสุดท้ายอีก 1 วันที่เหลือ เราไปเที่ยวพักผ่อนแบบชิวๆด้วยกันนั่งกินลมชมวิวริมชายหาดสวยๆ ของานวงเดือน หลังจากเพลินกับการนั่งชมความงามของท้องทะเลจนอิ่มหนำสำราญเรียบร้อยแล้วเราก็แพ็คกระเป๋าเดินทางกลับขึ้นฝั่ง

ซึ่งเมื่อมาถึงบนฝั่งแล้วก่อนจะกลับบ้านก็แวะถ่ายรูปปิดท้ายทริปที่เขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ดเส้นที่นี่ถือว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามเป็นอันดับต้นๆของเมืองไทยเลยทีเดียว เป็นข้อมูลการท่องเที่ยวเกาะเสม็ดที่สามารถใช้ระยะเวลาในการไปเที่ยว 3 วัน 2 คืนหากใครที่สนใจจะไปเที่ยวและยังไม่รู้ว่าจะจัดโปรแกรมจะไปไหนลองแวะไปเที่ยวตามโปรแกรมที่แนะนำดูนะคะ