On the Tree คาเฟ่ ที่สูงที่สุดในจังหวัดปราจีนบุรี 

             วันนี้เราจะพาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดปราจีนบุรีและ 1 สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรที่จะพลาดไปเที่ยวนั่นก็คือ Cafe on the Tree ที่นี่เป็นกาแฟที่สูงที่สุดในจังหวัดปราจีนบุรีเลยก็ว่าได้โดยคาเฟ่ที่นี่นั้นจะถูกสร้างอยู่บนต้นไม้นั่นเองเรียกได้ว่าคุณอาจจะไม่เคยไปเที่ยวคาเฟ่ที่ไหนที่อยู่บนต้นไม้แบบนี้มาก่อนเลยก็ว่าได้

          สำหรับความสูงของต้นไม้ที่มีการตั้งค่าเฟนี้เทียบเท่ากับตึก 5 ชั้นกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าใครที่ชื่นชอบความหวาดเสียวและการผจญภัยเราก็รับรองคุณจะต้องชอบคาเฟ่นี้อย่างแน่นอนที่สำคัญคนที่รักธรรมชาติก็เหมาะอย่างยิ่งที่จะลองไปใช้บริการทางเพศแห่งนี้เพราะคุณจะสามารถอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรนั่งทับประทานอาหารหรือจิบเครื่องดื่มสบายๆบนต้นไม้ที่มีความสูงระดับตึก 5 ชั้นลมเย็นๆพัดมาขณะที่นั่งรับประทานอาหารเรียกได้ว่าคุ้มสุดคุ้มอย่างแน่นอนหากไปเที่ยวที่นี่ 

           สำหรับอาหารที่คาเฟ่แห่งนี้  จะเป็นการนำอาหารพื้นบ้านราคาขายไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดลาบน้ำตกส้มตำต่างๆ  แต่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวก็คือการที่คุณจะต้องเดินขึ้นบันไดไปด้วยความสูงถึง 15 เมตรด้วยกันแล้วไปอยู่บนคาเฟ่ที่ถูกสร้างอยู่บนต้นไม้จริงๆและยังมีการทำสะพานแขวนให้นักท่องเที่ยวได้เดินถ่ายรูปบนความสูง 15 เมตรอีกด้วย

          อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอันตรายเพราะที่คาเฟ่แห่งนี้ถึงแม้จะเพิ่งเปิดตัวไม่นานแต่ก็มีมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งคุณสามารถมองเห็นวิวไกลๆไม่ว่าจะเป็นบิลของท้องนาหรือวิวของภูเขารวมถึงวิวของป่าไม้และที่สำคัญด้วยความสูง 15 เมตรนั้นลมจะพัดมาที่ตัวของคุณโดยที่ไม่ต้องพึ่งแอร์คอนดิชั่นเป็นแอร์ธรรมชาติดีๆของเรานี่เอง

            สำหรับคาเฟ่แห่งนี้เจ้าของได้สร้างขึ้นมาในส่วนของตนเองดังนั้นบริเวณโดยรอบจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นเต็มไปหมดและด้านบนก็จะมีการสร้างโครงเหล็กขึ้นมาทำเป็นพื้นที่นั่งเหมือนบ้านต้นไม้เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวนั้นได้มานั่งชมและนั่งรับประทานอาหารและที่สำคัญหากใครขึ้นไปด้านบนแล้วอยากจะลงมาด้านล่างแบบวิธีที่ไม่ต้องเดินลงมาก็มีบริการให้โรยตัวลงมาได้ด้วยนะคะเรียกได้ว่าเหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ชอบอะไรเสี่ยงเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานเพราะเปิดตัวในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิตนั้นเองดังนั้นในช่วงนี้นักท่องเที่ยวจึงไม่ค่อยเยอะดังนั้นหากใครสนใจจะไปเที่ยวรับรองว่าไปช่วงนี้ปลอดภัยห่างไกลจาก covid แน่นอน 

 

สนับสนุนโดย  aecasino

ท่องเที่ยวเขตจีโอปาร์คและน้ำตกธารปลิว จ.สตูล

ดูเหมือนว่าช่วงชีวิตที่ต้องออกเดินทางอย่างต่อเนื่องนี้มันจะเปลี่ยนทำให้เราได้รับรู้ว่าการที่ได้อยู่กับตัวเองมันสำคัญแค่ไหนในช่วงเวลาที่สภาพแวดล้อมกำหนดความรู้สึกให้เราได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าธรรมชาติบำบัด

ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ได้ออกเดินทางไปที่ท่าเรือเพื่อไปพบพี่ราเฉดเป็นจุดที่เราได้นัดจะกินมื้อเช้าด้วยกันในเช้านี้และก็เป็นการนัดเจอกับบังหลีที่ได้ร่วมสนทนาในค่ำคืนที่ผ่านมาร้านที่ท่าเรือสุไหงอุเปเป็นจุดที่จจะทำให้เราได้ร่วมสนทนาในเรื่องที่ค้างไว้เมื่อค่ำคืนกับบังหลีที่วันนี้ภารกิจจะเข้าไปพบกับชาวมานิที่เราได้ทราบว่าชนเผ่านี้ยังมีกลุ่มอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ด้วยและหากวันนี้ถ้าโชคดีก็ขอติดตามบังหลีเข้าไปพบกับชาวมานิที่อาศัยอยู่ในป่าก่อนที่จะต้องบอกลากับบังราเฉด

นอกจากนี้เราได้ขับรถตามบังหลีไปยังพิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูลกับการไปพูดคุยแล้วขออนุญาตกับนายกโอเล่และเราก็ได้ตามบังหลีเพื่อเข้าไปพบกับ ชาวมานิ สมใจในพื้นที่เขต จีโอปาร์ค ที่ดูจะไม่ได้มีแค่เพียงเรื่องเล่าของซากดึกดำบรรพ์ตามอย่างที่ใครคิดไว้

ชาวมานิ หรือที่หลายคนเรียกว่า ซาไก โดยที่จริงแล้วคำว่า ซาไกในภาษามลายูแปลว่าทาสจึงเป็นคำที่ไม่ควรเรียกเค้าอย่างเด็ดขาดเพราะชนพื้นเมืองดั้งเดิมนี้ก็จะมีบางคนในกลุ่มสามารถสื่อสารกับเราเป็นภาษาไทยนอกเหนือจากภาษาของ มานิ 

เนื่องจากนี้ ชาวมานิ เป็นกลุ่มคนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับป่ามาอย่างยาวนานและก็ไม่มีถิ่นกำหนดที่เป็นหลักเป็นแหล่งและมีการอพยพโยกย้ายไปตามความสมบูรณ์ของอาหารที่จะเป้นจำพวกเผือกและมันภายในป่าและบางครั้งก็ออกล่าสัตว์เช่นลิงกระรอก

โดยจะใช้ลูกดอกในการล่าหาอาหารและจะนำเอากลับมาย่างอย่างง่ายๆก่อนที่จะลงมือกินเป็นวิถีชีวิตที่อยู่อย่างเรียบง่ายภายในป่าที่ไม่สามารถรู้วันเดือนปีจากที่ได้พูดคุยกับชาวบ้านที่สนิทสนมกับชาวมานิก็ได้ทำให้รู้ว่าชาวมานิบางกลุ่มมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปไม่น้อยจากทรัพยากรที่เริ่มจะขาดแคลนกับความสมบูรณ์ของป่าที่ต่างไปจากอดีตเป็นครั้งแรกที่เราได้พบกับ ชาวมานิ 

ในการเดินทางมาเยือนดินแดนสตูลจีโอปาร์คแห่งนี้และความร้อนเริ่มเข้ามาแทรกภายในป่าก็ได้เวลาที่เราจะบอกลาชาวมานิเพื่อเดินทางไปหลบร้อนที่น้ำตกธารปลิวในช่วงที่เราได้พูดคุยกับนายกโอเล่ที่พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูลทำให้ได้ทราบเรื่องราวของศาลทวดบุญส่งที่เดิมทีจะเป็นหินสาหร่ายสโตรมาโตไลต์ที่เกิดจากสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่ทับถมกันเป็นจำนวนมากประมาณ3,500ปีที่แล้วที่เชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตแรกของโลกที่ได้ปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมา

 

สนับสนุนโดย  aecasino